FAQ

Hydroponics คือ การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน มีการให้น้ำและสารอาหารที่จำเป็นแก่พืชไปที่รากของพืชโดยตรง ดังนั้นพืชจะได้รับสารอาหาร และน้ำตลอดเวลา ทำให้พืชมีอัตราการเจริญเติบโตเร็วกว่าพืชที่ปลูกบนดินธรรมดาทั่วไป ด้วยวิธีการปลูกแบบนี้เรายังสามารถหมุนเวียนน้ำและสารละลายธาตุอาหารกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยควบคุมให้เกิดการหมุนเวียนอยู่ภายในระบบ ข้อดีของระบบนี้คือ การควบคุมได้ เราสามารถทำการปรับเติมสารอาหาร ค่า pH อุณหภูมิ เพื่อทำให้สภาวะการเจริญเติบโตของพืชเป็นไปอย่างเหมาะสม และยังไม่ต้องมีการใช้ดินในการปลูก เป็นการขจัดปัญหาเรื่องการแพร่กระจายของโรคพืชชนิดต่างๆ ทำให้ไม่มีความจำเป็นในการใช้ยาฆ่าแมลงที่เป็นอันตราย ส่วนวัสดุที่ใช้ในการปลูกจะทำหน้าที่คอยพยุงระบบราก และลำต้นของพืช และยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับรากของพืชอีกด้วย วัสดุปลูกที่ใช้กันทั่วไปจะมีคุณสมบัติเฉื่อย (inert) ไม่ทำปฏิกิริยากับสารใดๆ

เมื่อได้ติดตั้งและเริ่มเดินระบบเพาะปลูกแล้ว ระบบจะดูแลด้วยตัวของมันเอง ยกเว้นงานบางอย่างเท่านั้นที่ต้องทำควบคู่ไปด้วย นั่นก็คือ การตรวจวัดค่าความเข้มข้นของสารอาหาร และค่า pH ซึ่งเมื่อมันมีค่าเปลี่ยนแปลงไปจากที่กำหนด เราก็ต้องทำการปรับเติมให้ได้ปริมาณที่กำหนด ซึ่งกิจกรรมนี้ควรจะต้องทำทุกวัน

ถึงแม้ว่าระบบการปลูกพืชแบบนี้จะไม่จำเป็นต้องใช้ดิน แต่พืชก็ยังคงต้องการวัสดุบางอย่างให้รากพืชยึดเกาะในระหว่างการเจริญเติบโต วัสดุปลูกเป็นสารเฉื่อยไม่ทำปฎิกิริยากับสารอื่นๆ มีหน้าที่ให้รากพืชยึดเกาะ ไม่มีสารอาหารใดๆ วัสดุเฉื่อยเกือบทุกชนิดสามารถนำมาใช้เป็นวัสดุปลูกได้ เช่น กรวด ทราย perlite, vermiculite, LECA (lightweight expanded clay aggregate), หรือ rockwool

จริงๆ แล้ว ระบบ Hydroponics สามารถใช้ปลูกพืชได้ทุกชนิด แต่พืชที่นิยมปลูกด้วยวิธีนี้จะต้องคำนึ่งถึงความคุ้มค่าในการลงทุนด้วย หรือพืชที่ต้องการการประหยัดพื้นที่ในการปลูก ดังนั้นพืชที่ปลูกส่วนใหญ่จะเป็นพืชที่มีราคาดีได้แก่ ผักสลัด หรือ พืชสมุนไพร

เนื่องจากระบบการปลูกนี้ ไม่มีสิ่งรองรับรากพืชที่ใหญ่และแข็งแรง พืชที่ให้ผลที่มีน้ำหนักมากเช่น มะเขือเทศขนาดใหญ่ หรือพริกไทย ต้องมีการสร้างและติดตั้งโครงสร้างรองรับที่แข็งแรงเป็นพิเศษ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับระบบ Hydroponics ที่ใช้ พืชหัวใหญ่ เช่น แครอท หรือ มันฝรั่ง ก็ต้องการการออกแบบโครงสร้างรองรับที่แตกต่างออกไป แต่ถึงอย่างไรเราก็สามารถประเมินผลผลิตที่จะออกมาได้ในแต่ละรอบการปลูกได้ค่อนข้างคงที่ และสม่ำเสมอทั้งในแง่ของปริมาณและคุณภาพของผลิต

pH คือ ค่าที่แสดงถึงความเป็นกรด หรือด่าง ในกรณีของระบบการปลูก Hydroponics pH จะเป็นค่าที่แสดงถึงความเป็นกรด หรือด่างของสารละลายธาตุอาหารหรือวัสดุปลูก ในการที่พืชจะดูดซึมธาตุอาหารจากสารละลายได้ดีเพียงใดจะขึ้นอยู่กับค่า pH นี้ด้วย ช่วง pH ที่เหมาะสมทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 5.5 – 6.2 และสำหรับระบบปลูก Hydroponics ที่เป็นชุดงานอดิเรก ค่า pH ที่เหมาะสมไม่ได้ถูกกำหนดไว้อย่างแน่นอนตายตัว เพียงแต่กำหนดไว้เป็นช่วงกว้างๆ เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามหากต้องการให้พืช มีอัตราการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว และมีสุขภาพดี ควรจะควบคุมให้ค่า pH อยู่ในช่วง 5.5 – 6.2

สารอาหารบางอย่าง เมื่อเติมลงไปในสารละลายจะให้ค่า pH ช่วงหนึ่งอยู่แล้วโดยอัตโนมัติ จึงไม่จำเป็นต้องปรับค่า pH อีก แต่หากเมื่อใดก็ตามที่จำเป็นต้องปรับค่า pH แล้ว สามารถทำได้โดยการเติมสารละลายที่ใช้ปรับค่า pH ขึ้นหรือลง แล้วทำการวัดค่า pH อีกเพื่อที่จะทำให้ทราบว่าได้ค่า pH อยู่ในช่วงที่ต้องการหรือไม่ สารละลายที่ใช้ในการปรับค่า pH สำหรับระบบ Hydroponics นี้มีราคาถูกอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำส้มสายชู หรือโซเดียมไบคาร์บอเนทที่มีอยู่ตามบ้านทั่วไปมาใช้ การปรับค่า pH ให้เหมาะสมและมีความคงที่มีความสำคัญต่อระบบปลูก หากค่า pH มีค่าเบี่ยงเบนไปจากที่ต้องการจะมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช

การปลูกพืชที่ไม่ใช้ดิน จะหมายถึง การไม่มีปัญหาพวกวัชพืช สัตว์หรือแมลงรบกวน หรือโรคพืชต่างๆ พืชมีการรักษาระดับปริมาณสารอาหารและความชื้นที่เหมาะสมไว้ ซึ่งส่งผลดีต่อพืชมากคือ พืชจะอุดมสมบูรณ์ มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว และจะมีภูมิคุ้มกันโรคที่ดี เนื่องจากจะไม่มีปัญหาเรืองการขาดน้ำ รากของพืชในระบบนี้จะมีขนาดเล็กกว่าที่ปลูกบนดิน จึงทำให้พืชสามารถใช้พลังงานส่วนนี้ไปเน้นในการเพิ่มน้ำหนักส่วนอื่นแทน ด้วยเหตุนี้จะทำให้พืชเติบโตได้เร็วกว่าธรรมดาถึง 30 % นอกจากนี้ยังสามารถทำให้ผู้ปลูกสามารถปลูกพืชในจำนวนที่เพิ่มขึ้นได้ในขนาดพื้นที่ปลูกเท่าเดิม ในระบบการปลูก Hydroponics จะไม่มีปัญหาเรื่องรากของพืชเกี่ยวพันข้ามต้นกัน จึงไม่จำเป็นต้องทำการแยกออกจากกันเมื่ออีกเมื่อถึงเวลาย้ายต้นกล้าไปเพาะปลูกจริง ผลผลิตที่ได้จากระบบ Hydroponics จะมีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนานกว่าพืชที่ได้จากการปลูกทั่วไป ระบบการปลูกแบบนี้มีความสะอาดจึงสามารถที่จะนำมาปลูกภายในบ้าน หรืออาคารได้ หรืออาจปลูกกลางแจ้ง หรือในระบบ Greenhouse ก็สามารถทำได้

ไม่เลย เพียงแต่คุณทำตามคำแนะนำเท่านั้น คุณก็สามารถปลูกพืชในระบบ Hydroponics ได้ เพียงแต่ทำตามคำแนะนำเป็นขั้นตอนง่ายๆ ซึ่งเมื่อเคยทำแล้ว และทำเป็นประจำทุกวัน ก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้นไปอีก

จะมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้นที่สูงกว่าการปลูกพืชบนดินเล็กน้อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการออกแบบระบบให้เป็นระบบที่ง่าย หรือมีความซับซ้อน ทำเป็นงานอดิเรกในบ้าน ในสวน หรือโรงรถ หรือเพื่อการค้า

แน่นอนครับ พืชได้รับทุกสิ่งที่มันต้องการ อันจะเป็นผลทำให้พืชมีสุขภาพดี มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว และให้ผลผลิตที่มากขึ้นตามไปด้วย

บางทีพืชจากระบบ Hydroponics อาจจะมีรสชาติดีกว่าด้วยซ้ำ เนื่องจากว่าพืชจากระบบ Hydroponics ได้ทุกสิ่งที่มันต้องการครบถ้วน จึงทำให้มันมีการเจริญเติบโตที่ดี แข็งแรง และมีสุขภาพที่ดี สิ่งที่ผู้ปลูกควรจะเป็นห่วงไม่ใช่เรื่องรสชาติ แต่ควรจะเป็นห่วงในเรื่องของการจัดเก็บและการขนส่งมากกว่า

โดยทั่วไปการปลูกในร่ม จะต้องการยาฆ่าแมลงน้อยกว่าการปลูกกลางแจ้ง การปลูกในระบบ Hydroponics จะไม่มีปัญหาในเรื่องของสัตว์หรือแมลงรบกวน แต่หากจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลงจริงๆ เราสามารถใช้สบู่ฆ่าเชื้อ หรือแมลงที่จับกินแมลงศัตรูพืชเป็นอาหาร ด้วยวิธีการควบคุมแบบนี้จะทำให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยต่อการรับประทานและปลอดภัยต่อสภาพแวดล้อม ในการปลูกกลางแจ้ง อาจใช้น้ำจากท่อน้ำฉีดไล่แมลงรบกวนจำพวกแมลงดูดน้ำเลี้ยง หรือแมลงตัวเล็กๆ อย่างอื่น มิเช่นนั้นอาจใช้ยาฆ่าแมลงหรือวีธีการที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น

ไม่มีคำตอบที่ตายตัวสำหรับคำถามนี้ วัสดุปลูกแต่ละชนิดมีความเหมาะสมในสถานการณ์และชนิดของพืชที่ต้องการจะปลูก

NFT หรือเทคนิค Nutrient Film Technique คือ เทคนิคการปลูกพืชในระบบ Hydroponics แบบหนึ่งทีมีประสิทธิภาพสูง โดยการให้สารละลายธาตุอาหารไหลเป็นลักษณะแผ่นฟิล์มบางๆ ในอัตราการไหลช้าๆ ผ่านรากของพืช ซึ่งจะถูกตั้งอยู่บนรางปลูกที่เอียง รากของพืชจะเริ่มเจริญเติบโตจากรากขนาดเล็กๆ ในระยะเริ่มต้นในถ้วยปลูกซึ่งจะมีการเจาะรูไว้ให้รากพืชโผล่พ้นออกมา สัมผัสกับสารละลายธาตุอาหารด้านล่าง ด้วยลักษณะการลาดเอียงของรางปลูก และการทำงานของปั๊มจุ่มจะทำให้สารละลาย ธาตุอาหารมีการไหลเวียนผ่านรางปลูก และไหลกลับมาสะสมที่ถังสะสมด้านล่าง ด้วยลักษณะการไหลเวียนเช่นนี้จะทำให้พืช มีการเจริญเติบโตที่ดีรางปลูกของเราถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืช และสะดวกต่อการล้างทำความสะอาด เมื่อถึงระยะเวลาเก็บเกี่ยวและจะเริ่มทำการปลูกในรอบการปลูกถัดไป


0
thaiEnglish